ร่วมบริจาคทรัพย์และสิ่งของที่เหลือใช้ เสื้อผ้า หรือเมตตาเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กกำพร้า กว่า 400 ชีวิต!!

เขียนโดย 


พรหมเทพ ขีดเส้น เกณฑ์ชีวิต
ล้วนลิขิต เดินตาม บุญกรรมสร้าง
แล้วแต่บุญ หรือกรรม หนุนนำทาง
วิถีวาง ทางให้ ใช่..ชะตา..


กว่า 30 ปี ที่ทางวัดสระแก้ว ได้รับอุปการะเด็กจากจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กๆได้รับความรัก ความอบอุ่นและกำลังใจชดเชยสิ่งที่ขาดหาย อาหาร ที่หลับนอน เสื้อผ้าและยารักษาโรคตามองค์ประกอบปัจจัย 4 ที่สำคัญยิ่งคือเด็กๆทุกคนได้เข้าโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือ เมื่อเติบโตจะเป็นพลังของชาติได้
..
ร่วมบริจาคสิ่งของได้ที่...สถานสงเคราะห์รับเลี้ยงเด็กกำพร้าและยากจน..พระครูพิศาลรัตนาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทองต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง 14130 โทร. 035-661169 , 035-661273 หรือ..วัดสระแก้ว ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 384-016687-4 สาขาอ่างทอง..ทางวัดสระแก้ว สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและยากจนเปิดโอกาสให้ทุกท่านสามารถลงชื่อจองวัน เวลา ในการเลี้ยงอาหาร ซึ่งแบ่งออกเป็นสามมื้อค่ะ ต่อหนึ่งวัน ได้แก่ มื้อเช้า กลางวัน และมื้อเย็น เพียงแต่ท่านแจ้งชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ติดต่อกลับได้

"ของเหลือจากคนเมืองอันมีจะกินเป็นสิ่งมีค่าเหลือหลาย สำหรับเด็กที่ไม่เคยได้ใช้ 'เงิน' แม้แต่บาทเดียว . .

.....

วัดสระแก้ว ตำบลบางเสด็จ  อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง  อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันออก   ห่างจากกรุงเทพมหานครด้านทิศเหนือประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ห่างจากพระนครศรีอยุธยาด้านทิศเหนือ ๑๕ กิโลเมตร  ห่างจากจังหวัดอ่างทองด้านทิศเหนือ ๑๗ กิโลเมตร  มีเนื้อที่ดินตั้งวัดทั้งสิ้น ๓๓ ไร่ ๒ งาน ๙๐ ตารางวา  ปัจจุบันมีผู้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินถวายเป็นที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ และที่ดินที่จัดผลประโยชน์โดยมูลนิธิสระแก้วมูลนิธิ

วัดสระแก้ว เดิมชื่อ วัดสะแก  ตำบลบ้านปะขาว อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง  สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย หรือประมาณ ๓๐๐ ปีเศษมาแล้ว มาเปลี่ยนชื่อเป็น วัดสระแก้ว ในปีพ.ศ. ๒๔๙๕  โดยพระอธิการ ฉบับ  ขันติโก (พระครูขันตยาภิวัฒน์)  จึงเรียกชื่อวัดสระแก้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

วัดสระแก้วได้เริ่มให้การอุปการะและเลี้ยงดูเด็ก ๆ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๕    เป็นต้นมา เมื่อนับวันเดือนปีจวบจนถึงปัจจุบันนี้ก็ย่างเข้าปีที่ ๖๗ แล้ว  ซึ่งผู้ริเริ่มในการให้ความอุปการะแก่เด็ก ๆ ก็คือ พระครูขันตยาภิวัฒน์ หรือหลวงพ่อ ฉบับ และเนื่องจากหลวงพ่อฉบับเคยเล่นลิเกมาก่อนที่จะมาอุปสมบท ท่านจึงมีดำริที่จะอบรมสั่งสอนศิลปะวิทยาด้านการแสดงลิเกให้แก่เด็ก ๆ เพื่อจะได้รักษาและสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของไทยให้ดำรงสืบไป  แล้วสิ่งนี้ก็กลายมาเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวัดสระแก้วเมื่อหลายสิบปี ก่อน จนเป็นที่ชินหูของคนทั่วไปว่า ลิเกเด็กกำพร้าวัดสระแก้ว

ภายหลังจากปี พุทธศักราช ๒๕๓๑ พระครูขันตยาภิวัฒน์ หรือหลวงพ่อ ฉบับได้มรณะภาพลงเมื่อวันที่ ๗  ตุลาคม  ๒๕๓๑ จากนั้นผู้ที่รับหน้าที่ในการบริหารให้ความช่วยเหลือเด็ก ๆ กำพร้าและยากจนก็คือ พระครูพิศาลรัตนาภิวัฒน์ หรือ หลวงพ่อไพฑูรย์ ซึ่งหลวงพ่อไพฑูรย์ของเด็ก ๆ วัดสระแก้วได้ให้ความอุปถัมภ์เด็กอยู่ได้เพียง ๑๘ ปี เท่านั้น ท่านก็ได้มรณภาพลงไปอีกรูปหนึ่ง

หลังการเสียหลวงพ่อไพฑูรย์ไป ก็ได้มีท่านเจ้าอาวาสรูปใหม่มาบริหารจัดการให้ความช่วยเหลือ ดูแล และอนุเคราะห์แก่เด็กกำพร้าและยากจนของวัดสระแก้ว  ซึ่งผู้คนหรือชาวบ้านทั่วไปต่างชื่นชมในความมีเมตตากรุณา ความเอื้ออาทร ความหวังดีของท่านที่มีแก่เด็ก ๆ ทุกคน ท่านผู้นี้ก็คือ หลวงพ่อไพเราะ หรือ ดร.พระมหาไพเราะ  ฐิตสีโล เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันของวัดสระแก้ว  โดยท่านได้เข้ารับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส วัดสระแก้ว และ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนวัดสระแก้ว (รุ่งโรจน์ธนกุลอุปถัมภ์) รูปปัจจุบัน  ซึ่งท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและบริการสังคม เทียบเท่าคณบดี ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงราชวิทยาลัย อยู่ก่อนแล้ว  ความที่หลวงพ่อรูปนี้ เป็นพระนักพัฒนา พระที่มีเมตตาธรรมอย่างสูง เป็นพระนักเทศชื่อดัง จึ่งมีลูกศิษย์อย่างมากมาย

http://www.wadsakaew.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7.html

ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที